บทที่ 2 เรื่อง ไม่อยากเป็นของหวงชินอ๋อง บทที่ 1

แสงแดดวันใหม่สีทองสาดผ่านสวนกลางของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กลิ่นน้ำหมึกอวลในอากาศ กลิ่นที่หลินชิงคุ้นเคย ทว่า...วันนี้กลับทำให้นางตื่นกลัว

หลินชิงหวาง หรือ “หลินชิง” ในร่างชายหนุ่มน้อย ยืนอยู่หน้าประตูห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกลองศึก

วันนี้เป็นวันแรกที่นางต้องเริ่มงานในฐานะคนเขียนหนังสือของชินอ๋อง ขุนนางหนุ่มผู้มีสายตาคมกริบและอำนาจที่ทำให้ทุกคนในสำนักงานหวาดเกรง

นางสูดลมหายใจลึก ฝืนยิ้มเล็กน้อยเพื่อกลบความตื่นตระหนก ชุดข้าราชการชายสีเทาหลวมโพกที่นางสำรวจมาอย่างดีเมื่อเช้าว่าจะไม่ทำให้ชินอ๋องจับได้ ผ้ารัดอกวันนี้นางพันแน่นกว่าทุกวันจนแทบหายใจไม่ออก ผมยาวมัดรวบเรียบร้อย ทำสีหน้าเรียบเฉยขณะเคาะประตูเบา ๆ

“เข้ามา”

เสียงทุ้มของเจียหลงเย็นเยียบแต่เปี่ยมอำนาจ นางสะท้านเล็กน้อยแล้ววางมือสั่นนิด ๆ ผลักประตูเข้าไป

ภาพชินอ๋องนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กองสมุดบัญชีและม้วนกระดาษวางระเกะระกะ

“ข้าน้อย หลินชิง มารายงานตัว ขอรับ”

หลินชิงก้มหน้าคารวะ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ต่ำและมั่นคง นางรู้สึกถึงสายตาของเจียหลงที่พินิจพิเคราะห์ทุกอากัปกิริยา หัวใจของนางเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก

“นั่ง”

เจียหลงชี้ไปยังโต๊ะเล็กที่จัดไว้ข้างโต๊ะของเขา หลินชิงเดินไปนั่งอย่างระวัง มือวางสมุดบันทึกและพู่กันที่เตรียมมา ก้มหน้าลง หลบสายตาที่แผดเผาจนนางร้อนผ่าว

เจียหลงลุกขึ้น เดินไปหยิบม้วนกระดาษจากชั้นด้านหลัง กลิ่นอำพันจากกายบุรุษจาง ๆ ลอยมาสัมผัสจมูกของหลินชิง นางหวามใจโดยไม่รู้ตัว

“คัดลอกเอกสารและร่างจดหมาย”

เจียหลงวางม้วนกระดาษลงตรงหน้าหลินชิง น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น

“ข้าต้องการความแม่นยำและรวดเร็ว เจ้าทำได้หรือไม่?”

“ทำได้ ขอรับ”

หลินชิงตอบทันที มือจับพู่กันแน่นเพื่อซ่อนความสั่น นางเริ่มคัดลอกข้อความจากม้วนกระดาษ ลายมือคมชัดไหลลื่นด้วยความเชี่ยวชาญ แต่ทุกครั้งที่เจียหลงขยับตัวหรือส่งเสียง นางอดไม่ได้ที่จะแอบเหลือบมอง

เจียหลงนั่งลงที่โต๊ะ มือพลิกสมุดบัญชีด้วยท่วงท่าสง่างาม หลินชิงลอบมองใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อครุ่นคิด ดวงตาคมราวพยัคฆ์ และริมฝีปากบางได้รูป

นางรู้สึกวูบวาบในทรวงอก ใจเต้นแรงเมื่อเขายกมือขึ้นลูบคาง กล้ามเนื้อแขนที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดขุนนางขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นความแข็งแกร่ง

หลินชิงรีบก้มหน้าลงเมื่อเจียหลงเงยหน้าขึ้น นางรู้สึกผิดที่ปล่อยใจให้เตลิด แต่ความรู้สึกนั้นไม่อาจห้ามได้ ชินอ๋องไม่เหมือนข้าราชการคนอื่นที่นางเคยพบ

เขาเปล่งรัศมีงามสง่าและน่าเกรงขาม แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์ที่ทำให้ใจสั่น นางบอกตัวเองว่าต้องระวัง ต้องไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนี้ทำลายหน้ากากที่นางสวมอยู่

“เหตุเจ้าจึงเงียบ”

เสียงของเจียหลงดังขึ้นกะทันหัน หลินชิงสะดุ้ง มองขึ้นพบว่าเขากำลังจ้องนาง

“ข้าชอบคนที่ทำงานเงียบ ๆ แต่...เจ้าเงียบจนน่าสงสัย”

“ข้า… ข้าเพียงตั้งใจทำงาน ขอรับ”

หลินชิงเสียงสั่นสะท้าน สายตาเขาจับจ้องมือเรียวเล็กและผิวเนียนนุ่ม เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่าทางเช่นนั้นทำให้หลินชิงรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปถึงด้านใน จึงเผลอตัวยกมือขึ้นทาบอกแล้วผ่อนลมหายใจเมื่อผ้ารัดยังอยู่ดี

“ดี ตั้งใจทำงานของเจ้าต่อไป”

นางลอบมองก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แม้ว่าหัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ

เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ ภายในห้องเงียบสนิทจนหลินชิงเผลอมองเขาอีกครั้ง คราวนี้สายตาหยุดที่คอหนาแต่กลับดูสง่า ผิวสีน้ำผึ้งที่เผยให้เห็นเมื่อปกเสื้อขยับเล็กน้อย นางรู้สึกถึงความรัญจวนใจที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

มือสั่นจนตัวอักษรโย้ไม่เป็นรูป และตลอดทั้งวัน หลินชิงทำงานอย่างระมัดระวัง

ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกผิดที่ใจหวั่นไหวต่อรูปโฉมภายนอก และรุนแรงขึ้นเมื่อเขายื่นม้วนกระดาษให้นาง นิ้วกร้านเรียวเฉียดสัมผัสมือของนางเพียงเล็กน้อย

หลินชิงวูบวาบไปทั้งตัว พวงแก้มแดงระเรื่อ กลิ่นกายของเขาทำให้นางรู้สึกอยากเข้าใกล้มากขึ้น

ทำเยี่ยงไรดี

นางครุ่นคิดจนนั่งนิ่ง มือหยุดเขียน เปลี่ยนเป็นกุมพู่กันแน่น

เจ้าต้องหยุดคิดหลินชิง

ไม่ว่านางจะห้ามความรู้สึกนี้มากเท่าใด แต่ภาพของชินอ๋อง ยังคงวนเวียนอยู่ภายในใจ เริ่มรู้สึกถึงความปรารถนาที่ไม่อาจอธิบายได้

เขาคือตัวอันตราย เจ้าต้องตัดใจ!!

หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่หลินชิงเริ่มทำงานในห้องของชินอ๋อง เจียหลง

ความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงทำให้นางรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ นางระวังทุกอากัปกิริยาเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง

แต่ยิ่งใกล้ชิดเจียหลงมากเท่าไร ความรู้สึกในใจของนางยิ่งเตลิดออกนอกทาง

เจียหลงนั่งอยู่ที่โต๊ะใหญ่ มือพลิกสมุดบัญชีด้วยท่วงท่าสง่างาม หลินชิงลอบมองเขาครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาหยุดที่นิ้วเรียวยาวที่จับพู่กัน

นางรู้สึกวูบวาบในอก หัวใจเต้นรัวราวกลองศึกทุกครั้งที่เขาขยับตัว

“หลินชิง”

เสียงทุ้มของเจียหลงดังขึ้นกะทันหัน หลินชิงสะดุ้ง รีบก้มหน้าลงเมื่อตระหนักว่านางจ้องเขานานเกินไป

“เจ้ากำลังเขียนอะไรอยู่?”

“ข้า… กำลังคัดลอกจดหมายตามที่ท่านสั่ง ขอรับ”

หลินชิงตอบเสียงสั่นเล็กน้อย รู้สึกถึงสายตาคมกริบที่จ้องมาราวจะมองทะลุหน้ากากของนาง

เจียหลงลุกขึ้น เดินมาหยุดข้างโต๊ะของนาง ใกล้จนหลินชิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นจากร่างกายของเขา

“ให้ข้าดู” น้ำเสียงราบเรียบแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ

หลินชิงยื่นกระดาษที่เพิ่งคัดลอกเสร็จด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย มือของเขาเฉียดสัมผัสกับนิ้วของนางเพียงเสี้ยวขณะ แต่สัมผัสนั้นทำให้หลินชิงหวามใจ ร่างกายร้อนผ่าวราวถูกไฟลาม นางก้มหน้าลง กลัวว่าใบหน้าที่แดงระเรื่อจะทรยศความรู้สึก

“ลายมือเจ้าเรียบร้อยดี แต่ผิวของเจ้า… เนียนเกินชายที่ทำงานหนัก”

“ข้า… ข้าไม่ค่อยได้ทำงานหนักกลางแจ้ง ขอรับ”

นางตอบตะกุกตะกัก เจียหลงยิ้มมุมปาก สายตายังจับจ้องที่ใบหน้าสะสวยของนาง

เขาไม่พูดอะไรต่อ หันกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง แต่หลินชิงรู้สึกเหมือนถูกสายตานั้นตามติดไปทุกหนแห่ง

ตลอดทั้งวัน หลินชิงพยายามจดจ่อกับงาน แต่สายตาของนางมักแอบมองเจียหลง นางเริ่มสังเกตสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ใจสั่น

วิธีที่เขายกถ้วยชาขึ้นจิบ ริมฝีปากที่สัมผัสขอบถ้วยอย่างนุ่มนวล เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเมื่อเขาอ่านเอกสารออกเสียงเบา ๆ และท่วงท่าที่สง่างามเมื่อเขาลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย

นางรู้สึกถึงความปรารถนาที่ค่อย ๆ ก่อตัวในใจ ความต้องการที่ทำให้ร่างกายร้อนผ่าวและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

เมื่อถึงตอนเย็น เจียหลงยื่นม้วนกระดาษให้หลินชิงอีกฉบับ

“คัดลอกให้เสร็จภายในวันนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป